วันอังคารที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ร้านอาหาร MK สาขาบิ๊กซีมหาสารคาม

ประวัติ MK Restaurant


อาหารสุกี้ ที่เป็นที่นิยมกันอย่างมากในหมู่คนไทยและชาว ต่างประเทศ ที่มาเที่ยวเมืองไทยจนเกือบจะเรียกได้ว่าเป็นเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่ง ของประเทศไทยไปแล้วนั้น มีประวัติยาวนาน หลายสิบปีมาแล้วกว่าที่ จะพัฒนามาเป็น สุกี้แบบที่ปัจจุบันนิยมทานกันอยู่

ราว ๆ 40 กว่าปีมาแล้ว (ราว ๆ พ.ศ. 2498) มีภัตตาคารจีน ชื่อ กวนอา อยู่แถว ๆ บางรัก มีรายการอาหารชุดหม้อไฟ เตาถ่าน หม้ออะลูมิเนียม ส่วนของสด ที่เสิร์ฟจะอยู่ในจานเปล ขนาดใหญ่ ก็จะมีเนื้อวัว ตับหมู วุ้นเส้น ผักต่าง ๆ ตอกไข่ใส่ ผสมรวมกันมา ดูน่าทาน น้ำจิ้มจะเป็น สไตล์เต้าฮู่ยี้ แต่รสจัด เวลาไปทานจะไปกันเป็นครอบครัว ไม่ต้องนั่งห้องแอร์สมัยนั้นคนที่ทานสุกี้แบบนี้เป็นมีไม่มากนัก ต้องเป็นขาประจำจริงๆ จึงจะทานเป็น

หลังจากยุคแรกนี้แล้ว ราว ๆ สัก 12 ปี ภัตตาคารจีนชื่อ โคคา อยู่แถว ๆ สยามสแควร์ ก็เริ่ม นำเสนออาหาร ชุดสุกี้โดย ดัดแปลง เอาเตาแก๊ส หม้อเสตนเลส มาใช้งานส่วนของสดนั้น ก็จัดออกมา เป็นชนิด ๆ แยกกันสามารถสั่ง ตามความชอบได้ โดยเพิ่มรายการพวกลูกชิ้นต่างๆ เนื้อ ปลา เนื้อกุ้ง ปลาหมึก ฯลฯ ใส่ในจานเปลขนาดเล็ก ซ้อนไปซ้อนมา ดูน่าสนุก ส่วนน้ำจิ้มได้เปลี่ยนเป็นสูตรใหม่ ซึ่งใช้ซ้อสพริก และน้ำมันหอยเป็นหลัก ร้านสุกี้ที่เกิด ใกล้ ๆ ยุคนี้มีมากมาย หลายยี้ห้อ เช่น แคนตั้น, หลาย - หลาย, เท็กซัส, ไซน่าทาวน์, โคคา ยี่ห้อเลียนแบบทั้งหลายแหล่ แต่ที่นับว่า ขึ้นชื่อลือชา ก็อยู่ในกลุ่มที่อยู่บริเวณ สยามแสควร์นั่นเอง พร้อมๆ กันสุกี้ ในยุคแรกก็ค่อย ๆ เสื่อมความนิยมไป แต่สุกี้ในยุค เตาแก๊สนี้ก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ สุกี้หลายรายเริ่มมีการขยายสาขาเป็นเครือข่าย 2 - 3 สาขา
ยุคแรกของ MK Restaurant
เริ่มแรกของMK นั้นเกิดที่สยามสแควร์เป็นร้านอาหารไทย คูหาเดียว ดำเนินกิจการโดยคุณป้าทองคำ เมฆโตโดยซื้อ กิจการมาจากคุณ MAKONG KING YEE(ชื่อย่อเป็น MK ) ซึ่งได้ย้ายครอบครัวไปอยู่ BOSTON ที่สหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2505คุณป้าทำกิจการมาจนได้ดิบได้ดีอีกทั้งลูกค้าที่มาอุดหนุนทาน ก็ได้ดิบได้ดีไปเช่นกันจนเป็นที่รู้จักในวงการ บันเทิงมากมาย นั่นก็เป็นเพราะความ"ใจดี"ของคุณป้า นั่นเองทาน แล้วไม่มีเงินจ่าย ก็ติดไว้ก่อน ป้าก็ไม่ทวง ทั้งลูกค้าทั้งเจ้าของร้าน ๆ สนิทสนมกัน เหมือนญาติ เรียกกันพี่ป้าน้า หลานตลอด อาหารขึ้นชื่อสมัยนั้นมี หลายอย่างอาทิ ข้าวมันไก่ เนื้อตุ๋น แป๊ะซะปลาช่อน ผัดไทย ผัดขี้เมา เนื้อย่างเกาหลี (เตาถ่านจริง ๆ ) ยำแซบ ๆ ทุกชนิด อีกทั้งมีเค้กแสนอร่อยขายตอนปีใหม่อีกด้วย

กิจการค้าเริ่มก้าวหน้า ไปเป็นลำดับ จาก 1 คูหา ขยายเป็น 2 คูหา จวบจนล่วงเข้าปี 2527 ห้างสรรพสินค้าต่างๆ เริ่ม ผุดขึ้นหลาย ๆ แห่ง คุณป้าได้รับการชักชวนให้ไป เปิดร้านในเซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว ของนายห้างสัมฤทธิ์ จิราธิวัฒน์ และให้ชื่อร้านใหม่ว่า ร้านกรีน เอ็ม เค ซึ่งก็ยังคงเป็นร้านอาหารไทยอยู่เช่นเดิมและมี ลูกค้ากลุ่มครอบครัว และออฟฟิตเข้ามาอุดหนุนกัน อย่างคับคั่ง
ยุคที่สองของ MK Restaurant
ใน 2 ปีถัดมาก็คุณ สัมฤทธิ์ ได้ชักชวน ให้มาเปิดร้านสุกี้MKสาขาแรก ใน ห้างเซ็นทรัล ลาดพร้าวนั่นเอง ซึ่งขณะนี้ลูกชายลูกสาว และลูกเขยของ คุณป้าทองคำ ก็ได้ มาช่วยบริหารงานตาม วิธีการแผนใหม่ และทำการขยายสาขาขึ้น อย่างต่อเนื่อง 14 ปีหลังจากนั้นก็สามารถขยายสาขาไปทั่วกรุงเทพและต่างจังหวัด ได้รวมๆกัน 153 สาขาโดยใช้ หลักการบริการที่ นำความพอใจมาสู่ลูกค้าเป็นแกนนำ การฝึกอบรมพนักงาน อย่างจริงจัง และถนอมน้ำใจ ของลูกน้องทุก ๆ คน เหมือนเป็นครอบครัวใหญ่ครอบครัวหนึ่ง การตั้งหน้าตั้งตาปรับปรุง ระบบงาน อยู่ตลอดเวลา (CONTINUOUS IMPROVEMENT) การเลือกตั้งร้านที่เหมาะสม ตั้งราคาอาหาร เหมาะสม กับกำลังทรัพย์ ของคนชั้นกลาง และครอบครัวและเน้นการฝึก ผู้จัดการที่มี ความสามารถ สิ่งเหล่านี้เป็นรากฐานค้ำจุน MK ให้เติบโตได้อย่างแข็งแรง จวบจนทุกวันนี้

ยุคที่สามของ MK Restaurant
เริ่ม ราวๆปี 2539(ประมาณ 14 ปีที่แล้ว) โดยภัตตาคารเอ็ม เค เริ่มเปิดสาขาแรกที่ห้าง เซ็นทรัล ลาดพร้าว โดยเปลี่ยนหม้อต้ม เป็นหม้อไฟฟ้าซึ่งจะปลอดภัยกว่าระบบใช้แก๊ส ส่วนอาหารและ น้ำจิ้มนั้น คงใช้สูตรดั้งเดิมที่เป็น ที่นิยมอยู่แล้ว แต่ดัดแปลง ให้ถูกโภชนาการมากขึ้น เช่นลดการใช้ผงชูรสลงนำการ บริหารร้านอาหารแบบมืออาชีพ เข้ามาจัดการในงานบริการ และคุณภาพอาหารการตลาด การออกแบบร้าน และ การออกแบบ ผลิตภัณฑ์ภัตตาคารเอ็มเค สามารถขยายสาขาได้อย่างรวดเร็ว โดยเลือก สถานที่ที่สะดวกแก่ลูกค้า ทำให้มี 148 สาขาทั้งในกรุงเทพ และ ต่างจังหวัด ในขณะที่ สุกี้อื่นๆ ในเมืองไทย มีไม่เกิน 10 สาขายุคนี้ถือว่าเป็นยุคที่ทำให้ คนไทยทุกชนชั้น ทุกเพศ ทุกวัย มีโอกาส รับประทานสุกี้ จนเป็นอาหาร ประจำอย่างหนึ่ง ของคนไทย

MK Restaurant ในปัจจุบัน
เรายังพอหาทานสุกี้ยุคแรกได้ที่ร้าน กวนอา ตรงต้น ถนนสาทรเหนือฝั่งพระราม4 ส่วนสุกี้ยุคสองนั้น จะหายากหน่อยเพราะ ร้านส่วนใหญ่กลัวอันตรายจากแก๊ส หันมาใช้เตาไฟฟ้ากันหมด




                                           ที่ตั้ง Big C สาขามหาสารคาม
                                   เลขที 238/1-3 หมู่ 11
               ตำบลเกิ้ง
                  อำเภอเมือง
                                จังหวัดมหาสารคาม
          44000


    ช่วงเวลาเปิดบริการ
     10.00 น.-20.00 น.








                  ...........@@@@@@...........................@@@@@@@@................


พ่อไถนา อาบแดด ถูกแผดเผา ลูกดื่มเหล้าฟังเพลง ครื้นเครงเหลือ แม่ขายผักกินข้าวเคล้ากับเกลือ
ลูกเอื้อเฟื้อพาสาวเที่ยวเลี้ยวโฮเตลพ่อหาเงิน ส่งลูกเรียนเพียรอุตส่าห์ ลูกติดยา คบเพื่อนชั่ว มั่วให้เห็น
แม่กระหายจิบน้ำคลองตอนกลองเพล ลูกทะเล้น จิบไวน์แดง แพงจับใจ พ่ออดอยากไม่เคยบ่น ทนลำบาก
ลูกมักมาก เพศสัมพันธ์ มันชิบหาย แม่ทอผ้าปลูกหม่อน หารายได้ ลูกหญิงชายเที่ยวสนุกโรคติดตัว
พ่อสูบน้ำ เข้าแปลงนา หว่านกล้าข้าวลูกมัวเมาการพนันหมั่นหาผัวแม่หาบน้ำ เลี้ยงเป็ดไก่ ทำสวนครัว
ลูกใจชั่วใช้เงินเพลิน เดินหลงทางพ่อขายวัว ส่งควายเรียนเวียนศีรษะ ลูกตะกละ แดรกฟาสท์ฟูด พูดกว้างขวาง
แม่ปวดเมื่อยสู้งานหนัก ไม่ละวาง ลูกสำอาง ใช้ของแพง แข่งสังคม พ่อผอมโทรมทนเหลือขอ ไม่พอแดรก
ลูกเล่นแรค แจกเงินหญิง เก่งจริงหนอ แม่อดกลั้น ฟันฝ่า น้ำตาคลอ ลูกหัว ด.เล่นเวปโป๊ หลงนมโต
พ่อเลี้ยงดู ลูกแต่หนุ่ม จนแก่เฒ่า ลูกชัก/ว่าว เฝ้าแต่จอ ไม่ไปไหนแม่ป้อนนมป้อนข้าวน้ำแทบขาดใจลูกจัญไรโกงไอเท็ม GM แบน...






--->

                                                                                   v
                                                                                   v
                                                                                   v
                                                                                   v




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น